วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Sugar Glider

เกี่ยวกับการดุแล
ควรทำการแยกตัวที่ทำหมันจากตัวอื่นหลังการผ่าตัดเป็นระยะเวลาเท่าไ
ขึ้นกับความสะดวกของเจ้าของ อย่างไรก็ตามหลังการผ่าตัดควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 1 วัน หากไม่มีอาการผิดปกติ สามารถปล่อยกลับเข้ากรงรวมกับตัวอื่นได้ ควรระวังไม่ให้ชูการ์เลียทำความสะอาดใกล้บริเวณที่ผ่าตัดมากเกินไปเพราะแผลอาจฉีกได้
ชูการ์ตัวผู้ที่ทำหมันแล้วจะสามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียจนตั้งท้องได้อีกหรือไม่
ตามปกติตัวอสุจิจะมีอายุประมาณ 72 ชม. อย่างไรก็ตามควรทำการแยกตัวผู้จากตัวเมียหลังทำหมันอย่างน้อย 1 เดือน – 1 ปี เพราะหลังทำหมันแล้วร่างกายจะยังมีฮอร์โมนเพศเหลืออยู่บางส่วน ซึ่งในขณะที่ร่างกายยังมีฮอร์โมนอยู่ ก็ยังสามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียจนตั้งท้องได้ โดยปกติแล้ว การทำหมันเจ้าชูการ์ไกรดอร์ในประเทศของเรา เท่าที่ผมเคยได้ยินมา จะหาโรงพยาบาลที่รับทำค่อนข้างยากครับ เนื่องจาก ชูการ์ไกรเดอร์ ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากมาย ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นสัตว์เฉพาะกลุ่มก็ว่าได้ครับ และ ในบางที่อาจจะรับรักษา แต่ไม่ใช่ว่าจะรับทำหมัน ด้วยครับ โดยข้อมูลที่ผมนำมานี้ได้มาจาก สัตว์แพทย์ ผู้นึงครับ ซึ่งได้ทำการแปล ข้อมูลมากจากเว็บ ต่างประเทศ และ ได้เขียนรวบรวมเสริม จากประสบการส่วนตัว ด้วย

Sugar Glider

การทำหมันในตัวผู้ทำอย่างไร
วิธีที่สัตวแพทย์ใช้ในการทำหมันชูการ์เพศผู้ที่นิยม มี 2 วิธี คือ
1. การผ่าตัดนำทั้งลูกอัณฑะและถุงหุ้มอัณฑะออก
วิธีนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้คือข้อดี : ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (testosterone) ที่สร้างที่อวัยวะเพศและถุงหุ้มอัณฑะจะถูกลดปริมาณลงในเวลาอันรวดเร็ว ข้อเสีย : มีความเจ็บปวดหลังผ่าตัดมาก ทำให้ตัวผู้บางตัวอาจแทะแผลจนเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย
2. การผ่าตัดนำเฉพาะลูกอัณฑะออก
โดยการกรีดผ่านถุงหุ้มอัณฑะ ทำการห้ามเลือด และนำเฉพาะส่วนของลูกอัณฑะทั้ง2ข้างออกไป แล้วเย็บปิดแผลไว้ตามเดิม ส่วนบาดแผลหลังการผ่าตัดสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 1 วัน โดยไม่จำเป็นต้องเย็บปิดแผล เพราะแผลมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.5 ซม. ซึ่งถือเป็นข้อดีของวิธีนี้
เจ้าของควรเตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ชูการ์แทะแผลหลังการผ่าตัด
1. ควรใส่ปลอกคอป้องกันการเลียและแทะแผลให้ (E-Collar)
2. ปรึกษาสัตวแพทย์ทันทีที่มีข้อสงสัยหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติของชูการ์
3. การระงับปวดและอักเสบมีความสำคัญมาก เพราะขณะที่ชูการ์เจ็บปวด มักจะเครียดและอาจทำอันตรายเจ้าของได้
ยาระงับปวดก็แบ่งเป็นหลายประเภท เช่น
- ชนิดเจล ใช้ทาบริเวณหลังใบหู ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้นาน 2 ชม.
- บางชนิดสามารถให้ได้ก่อนทำการวางยาสลบ ทำให้สามารถลดขนาดของยาสลบลงได้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น และออกฤทธิ์นานประมาณ 4-6 ชม.
- ยาลดอักเสบ พิจารณาให้ในรายที่เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง เพื่อป้องกันการทำร้ายแผลหลังผ่าตัดเป็นกรณีๆไปเท่านั้น อย่างไรก็ตามควรระวังในการใช้ยาชนิดนี้เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของตับได้



Sugar Glider

การดูเพศของเจ้าชูการ์ไกรเดอร์
การดูเพศสามารถทำได้ง่ายครับ ไม่ได้ดูยากเหมือนกับพวก หนูแฮมสเตอร์ หรือว่าเม่นแคระครับเพราะว่า ชูการ์ ตัวผู้และตัว เมียมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ โดยเพื่อนๆสามารถสังเกตได้จากหน้าท้อง
ชูการ์ตัวเมีย
ชูการ์ตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องครับ ลักษณะเหมือนกับ พวกจิงโจ้ ครับ เพราะว่า ลูกชูการ์จะเข้าไปกินนมแม่ ในนั้นแหละครับ ส่วนชูการ์ไกรดอร์เพศผู้ ก็จะไม่มีกระเป๋าหน้าท้องครับ แต่จะมีอัวยะสืบพันธุ์ คล้ายๆกับพวกแฮมสเตอร์ หรือเม่นแคระ เพศผู้ ครับ เห็นใหมหละครับการดูเพศของเจ้า ชูการ์ไกรเดอร์ ไม่อยากอย่างที่คิดครับ และจากที่ผมสังเกตมาอีก็ ชูการ์ไกรเดอร์ เพศผู้ส่วนใหญ่ เมื่อโตเต็มวัย หรือ เริ่มมีอายุแล้ว ขนบนศรีษะ ของเราจะหลุดครับ หรือ จะบางลงครับ แต่ถ้าถามว่า แบบนี้จะเป็นกับ ชูการ์ เพศเมียด้วยหรือไม่ ผมว่า ก็อาจจะเป็นได้ แต่ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เจอนะคับ จะเจอแต่ตัวผู้

Sugar Glider

SCIENTIFIC NAME
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Petaurus BrevicepsCOMMON NAME
ชื่อสามัญ: Sugar Glider
ขนาดของ เจ้าชูการ์
โตเต็มที่วัย ความยาว จากจมูก ถึง ปลายหางก็ จะอยู่ที่ประมาณ 11นิ้วครับ โดยในส่วนนี้ก็ต้อง ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ ในการเลี้ยงดูด้วยครับ รวมไปถึงน้ำหนักตัวของ เจ้าชูการ์ด้วยครับ แรกเกิดจะมีนำหนักอยู่ ประมาณ 0.19 กรัมระยะตั้งท้องก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ 16 วัน ถึง 3 สัปดาห์ หรือ 21 วันครับ โดยเฉลี่ยนะครับ ซึ่งชูการ์ทั่วๆไปแล้วนั้น จะมีอายุขัย ได้ถึง 15 ปี เลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ การเลี้ยงดู ค่อนข้าง มีปัญหาเข้ามาหลายๆอยากจากผู้เลี้ยงที่ขาดความรู้ในการเลี้ยงดู และการผสมพันธุ์ที่เน้นแต่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่า ความรัก ในตัวของชูการ์ จึงทำให้ อายุขัยของเจ้าชูการ์นั้นด้อยลงไปมากขึ้นทุกๆวัน
อาหาร
อาหารของ ชูการ์ไกรเดอร์ นั้น ก็จะเป็นพวก หนอนนก จิ้งหรีด ผักผลไม้ หรือพวก ซีรีเลค
ถิ่นกำเนิด
ชูการ์ไกรเดอร์นั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ ออสเตรเลีย นิวกินี อินโดนีเซีย
อุณหภูมิ สำหรับชูการ์
โดยปกติแล้ว ชูการ์ไกรเดอร์จะไม่ชอบอากาศที่หนาวสักเท่าใหร่นักครับ ซึ่ง อากาศในประเทศไทย ถือว่าเหมาะสมในการเลี้ยง เจ้าชูการ์ได้อย่างสบายครับ ถ้าให้แนะนำ สำหรับผมคิดว่า ควรให้เขาอยู่ได้เหมือนคนอยู่ครับ ก็คือ ที่ใหนอุณหภูมิเราอยู่ได้ ไม่ร้อนเกินไป เจ้าชูการ์ก็สามารถอยู่ได้เช่นกันครับ และ ก็อย่าเย็นมาก ไปนะคับซึ่งจากข้อมูลที่มี เจ้าชูการ์ จะชอบ อุณหภูมิประมาณ 18-31 องศาเซลเซียส ครับ แต่อย่างไรผมว่าอย่าให้ถึง 18 เลยนะคับ ผมว่าคงหนาวไปหละ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

CAVY

วิธีการเลือกซื้อกรง สำหรับแกสบี้

กรงสำหรับหนูแกสบี้ นั้นมีอยู่หลายแบบ สิ่งนี่ก็ ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าจะเลือกซื้อกรงชนิดใหน แบบใด ให้กับเจ้าหนูแกสบี้ ดังนั้น ผมจึงจะขอ แนะนำวิธีการเลือก ซื้อกรง ที่เป็นที่นิยม แล้ว อธิบายถึง ข้อดีและข้อเสียต่างของกรงในแบบต่างๆที่เราเอามาเลี้ยงครับซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้ามครับเพราะว่ากระก็เปลียบเสมีอน บ้านของเขาครับดังนั้นเราควรเลีอกสิ่งที่ดีที่ให้เขาอยู่เหมือนกับบ้านของเราที่เมื่อเราคิดที่จะซื้อบ้านสักหลังผมว่า เพื่อนๆก็คงเลือกแล้วเลือกอีกแน่นอน

กรงที่นิยมที่ใช้สำหรับเลี้ยงหนูแกสบี้ ไม่ว่าจะเป็น กรงเหล็ก / กรงพลาสติก / อื่นๆแต่ละชนิดย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับทั้งนี้ เราควรเลือกซื้อกรงที่เป็นสแตนเลสครับเพราะว่ากรงประเภทนี้ มักจะไม่เป็นสนิมเมื่อ ถูกน้ำ ครับซึ่งกรงที่เรา เอามาเลี้ยงหนูแกสบี้ ควรมีขนาด 60x40x35 cm. ต่อหนู 1 ตัวสำหรับหนูหนึ่งคู่ควรมีขนาดประมาณ 80x40x35 cm ครับ ซึ่งกรงที่มีขนาดพอเหมาะกับตัวเจ้าหนูแกสบี้นั้นก็ช่วยให้แกสบี้ไม่รู้สึกว่าอึดอัด และ ไม่เครียดได้ครับ ส่วนกรงที่เป็นสแตนเลสนั้นอาจจะมีปัญหาตรงที่ว่าราคา ค่อนข้างจะสูงครับเราไม่ควรเลือกซื้อกรงที่มี การพ้นสี หรือ เคลือบด้วยสีครับ เพราะว่า หนูแกสบี้ นั้นอาจจะไปกัดแทะทำให้สารต่างๆเข้าไปสะสมในตัวของแกสบี้ได้ หรือไม่ก็ อาจจะควรตรวจดู ว่ากรงที่เราเลือกซื้อนั้นเป็น สนิมหรือป่าว หรือมีการแตกหัก สภาพของกรงควรที่จะมีความแข็งแรงประตูของกรงควรที่จะเปิด ได้ง่าย และ มีถาดรองอาหาร เพื่อสะดวกแก่การทำความสะอาด ส่วนเรื่องของพื้นกรงนั้นควรเป็นตาข่ายซึ่งเมื่อ แกสบี้ได้ ถ่ายมูล ออกมา แล้วจะได้ง่ายแก่การทำความสะอาด และ ทำให้ตัวของหนู สะอาด กว่าพื้นกรงแบบเรียบ

เราไม่ควรใช้พื้นกรงที่เป็นไม้ครับเพราะว่า ไม้จะดูดซับ สิ่งสกปรก ต่างๆอาจจทำให้มีกลิ่นแรง และไม่ควรเลือกกรงที่มี หลายชั้น เราดไม่ควรเลือกกรงที่เล็กจนเกินไป เพราะนอกจากรงและ หนูแล้ว เรายังต้องใส่อุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปอีกเช่นถ้วยใส่อาหารสุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนนั้นเลือกกรงที่ดี ได้เหมาะกับหนูแกสบี้ที่เลี้ยง เพื่อสุขภาพของเจ้าหนูแกสบี้ที่ดี

Cavy

"ข้อควรระวังกับเรื่องอาหารของหนูแกสบี้"

สิ่งที่ควรระวังสำหรับเรื่องอาหารของหนูแกสบี้
อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อสุขภาพ ของหนูแกสบี้ รวมทั้งการเจริญเติบโต ของเจ้าหนูแกสบี้อีกด้วยดังนั้นเราควรจะ รู้วิธีของการให้อาหาร และ การเลือกซื้ออาหาร สำหรับหนูแกสบี้ เพื่อเลือกสิ่งที่ดี สำหรับหนูแกสบี้ที่เรารัก
การเลือกซื้ออาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป
(1) ควรจะเลือก อาหารที่มีคุณค่าทางทางสารอาหารที่พอแก่ความต้องการของหนุแกสบี้ครับไม่ควรเลือกซื้ออาหารที่มีเชื่อรา หรือ ไม่สะอาดอาจจะ สักเกตได้จาก การเก็บรักษา เช่น ถุงอาหาร ถูกกัดแทะ โดยสัตว์อื่นๆ หรือ ฉีกขาด อาหารที่ได้รับความชื้นหรืออาหารที่ ได้รับการเก็บไว้นาน จนเกินไป ไม่ควรเอาอาหารของ กระต่ายนั้นมาให้ แกสบี้ทาน เพราะว่าอาหารของกระต่ายนั้นมี สารอาหาร และ โภชนาการต่ำ
(2) ถ้าเป็นอาหารจำพวกอาหารสด เช่น อาหารจำพวก หญ้า ควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อน ที่จะนำไปให้ หนูแกสบี้ทาน เพราะว่า หญ้าที่ได้รับการเก็บมานั้นอาจจะมีเศษ สิ่งสกปรก ติดอยุ่ ไม่ว่าจะเป็น เศษ ดิน หรือ สารต่างๆ ยิ่งถ้าเป็น หญ้าที่เราซื้อมาจาก ที่อื่น โดยที่เราไม่ได้เก็บเอง หรือ เก็บหญ้าในสถานที่ๆ อยู่ไกลบ้านของเรา
(3) ผลไม้ต่างๆที่นำมาให้ ควรได้รับการล้างทำความสะอาด อย่างดีเสียก่อน เพราะว่า ผลไม้ส่วนใหญ่ ได้รับการ ฉีดย่า ฆ่าแมลง ดังนั้นการทำความสะอาด ล้าง ก่อน จึงช่วยได้มาก เลยครับ
(4) น้ำที่นำมาให้ หนูแกสบี้ ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีสารเคมีเจือปน และควรหมั่นทำความสะอาด กระบอกน้ำ และ เปลี่ยนน้ำให้เจ้าหนุแกสบี้ใหม่ ทุกๆ 1-2 วัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

หนูแกสบี้



" การเลือกซื้อ หนูแกสบี้ "
สัตว์เลี้ยงต่างๆ ก่อนที่เราจะนำเขามาเลี้ยงนี้ ควรรู้วีธีเลือกซื้อ เพราะว่าป้องกันการถูก คนขายหลอก ขายได้ครับ การเลี้ยงแกสบี้ ถ้าผู้เลี้ยงต้องการเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อนเล่นยากที่ กลับมาจากทำงาน หรือสำหรับผู้ที่อยุ่บ้าน เหมาะที่จะเลี้ยงหนูแกสบี้เพียงตัวเดียวครับ เพราะว่า การที่เราเลี้ยงเขาตัวเดียวจะทำให้เขาติดเรามากกว่า และ ก็ จะติดเราเร็วกว่าเลี้ยงเป็นคู่ครับ
สำหรับเพื่อนๆที่จะเลี้ยงแกสบี้เพศเดียวกัน 2 ตัวในกรง แนะนำให้เลี้ยงตั่งแต่ยังเล็กครับ เพราะว่าจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องของการกัดกัน
ลักษณะ วิธีเลือกหนูแกสบี้
- ร่าเริง โดยอาจจะดูได้จากการกินอาหาร
- ตาแจ่มใส
- หู และ จมูกนั้นสะอาดไม่มีรอยโดนกัดหรือ เป็นโรค ต่างๆ
- จมูกต้องไม่มีน้ำมูก สึงบ่งบอกได้ว่าแกสบี้ตัวนั้นอาจจะเป็นหวัด หรือไม่สบาย
- นิ้วมือ และ นิ้วเท้าครบ ทุกนิ้ว ไม่มีบาดแผลต่างๆ
- ขนไม่หลุดร่วงจนเห็นผิวหนังแดง หรือว่าร่วงเยอะผิดปกติ ออกเป็นกระจุกๆ
- ไม่เลือกซื้อแกสบี้ที่ยังไม่หย่านม เพราะว่า มีโอกาส รอดน้อยกว่าแกสบี้ที่หย่านมแล้ว
- ขนไม่จับตัวเป็นก้อน บ่งบอกถึงสิ่งสกปรกที่ จับตัวอยุ่กับขน
- หู และ จมูกนั้นสะอาดไม่มีรอยโดนกัดหรือ เป็นโรค
- จมูกต้องไม่มีน้ำมูก สึงบ่งบอกได้ว่าแกสบี้ตัวนั้นอาจจะเป็นหวัด
- นิ้วมือ และ นิ้วเท้าครบ ทุกนิ้ว ไม่มีบาดแผลต่างๆ
- ขนไม่หลุดร่วงจนเห็นผิวหนังแดง หรือว่าร่วงเยอะผิดปกติ ออกเป็นกระจุก
- ไม่เลือกซื้อแกสบี้ที่ยังไม่หย่านม เพราะว่า มีโอกาส รอดน้อยกว่าแกสบี้ที่หย่านม
- ขนไม่จับตัวเป็นก้อน บ่งบอกถึงสิ่งสกปรกที่ จับตัวอยุ่กับขน แกสบี้
ส่วนเรื่องของสายพันธุ์ และ สีต่างๆขอนะนำว่าเราควรเลือก สี และสายพันธุ์ที่เราชอบมากกว่า
สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลากับเรื่องของการอาบน้ำและหวีขนของเจ้าแกสบี้ แนะนำว่า
ควรเลือกซื้อแกสบี้พันธุ์ที่ขนสั้นแต่สหรับผู้ที่มีเวลาให้ในการอาบน้ำทำความสะอาด หวีขน ก็ เลีอกแกสบี้ที่มีขนยาวสำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลากับเรื่องของการอาบน้ำและหวีขนของเจ้าแกสบี้
แกสบี้ที่เราเลี้ยงนั้นจะสวยได้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของเจ้าของด้วยส่วนหนึ่ง การจับเขาอาบน้ำ และหวีขน ทำให้ตัวเขาสะอาดทำให้แกสบี้ จากตัวที่ไม่ได้อาบน้ำกับตัวที่อาบน้ำและหวีขน ดูแตกต่างกันออกไปเลยครับ ซึ่งการเลือก ซื้อ เราควรจะคำนึงถึงเวลาที่เรามีให้เขา

หนูแกสบี้

" มาทำความรู้จักกัน กับ หนูแกสบี้ "

หนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่สวยงาม และก็ยังเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยม อีกด้วย ทั้งนี้ก็ อาจจะเป็นเพราะว่า สีต่างๆ และ สายพันธุ์ต่างๆที่มีความสวยงามซึ่ง หนูแกสบี้นั้นมีสีหลากหลายสี และ สายพันธุ์ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนสั้น ขนยาว หรือ แม้กระทั่งขนหยิก ซึ่งหนูแกสบี้ในแต่ละสายพันธุ์นั้นก็อาจจะมี วิธีการเลี้ยงบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป
โดยส่วนมากแล้วหนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่เชื่อง จะมีหนูแกสบี้ส่วนน้อยที่มีนิสัยก้าวร้าว แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าใหร่ สิ่งต่างๆนั้นสามารถฝึกฝนกันได้ครับ หนูแกสบี้ เป็นสัตว์ที่สามารถฝึกได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงชื่อแล้ว เดินมาหา หรือ การฝึกให้มีการอึหรือถ่าย ในสถานที่ๆเราจัดเตรียมไว้ หนูแกสบี้สามารถมีอายุขัยได้ยาวนาน 5 - 7 ปีทีเดียวครับ แต่ทั้งนี่ก็ อยูที่ผู้เลี้ยงด้วยครับ ว่าได้เอาใจใส่ และดูแลทำควาสะอาด เขาได้ดี ซึ่งหนูแกสบี้ที่มีอายุมาก มักจะไม่ค่อยวิ่งเล่นเท่าใหร่
พฤติกรรมต่างๆของหนูแกสบี้ ที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ ของเขาว่าเขารู้สึกอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้อง ต่างๆ ลักษณะท่าทางต่างๆที่แสดงออกมา ซึ่งถ้าเพื่อนๆเลี้ยงและเอาใจใส่เขาก็จะรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเขาต้องการอะไรและเขารู้สึกอย่างไร

เจ้าแกสบี้น้อย

คิดก่อนที่จะเลี้ยง " เรื่องของหนูแกสบี้ "
ควรที่จะเตรียมความพร้อม ต่างๆ และ ตรวจดูว่า เราพร้อมหรือยังที่จะรับเลี้ยงเขาซึ่ง การเลี้ยงแกสบี้ หรือว่าสัตว์ชนิดใดก็ตาม ก่อนที่จะเลี้ยงเราควรคิดคำนึงถึงเรื่อง ต่างๆ และ ต้องพร้อมที่จะเลี้ยงเขาจริงๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะรับเลี้ยง นั่นคือ 1 ชีวิต หนูแกสบี้ก็ มีจิตรใจ มีความคิด มีความรู้สึก เราจึงควรมราจะคิดก่อนว่าเรานั้นพร้อมหรือยัง
การเลี้ยงแกสบี้ คุณควรมีอาหารและน้ำมาให้เขาอยู่เสมอ นั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายต่างๆของคุณอาจจะเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ้งต้อง ซื้อกรง อุกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับเลี้ยงหนุแกสบี้ และ นอกจากนั้นก็ยังมีอาหารที่ หมดไปในแต่ละวัน อีกด้วย
เรื่องของเวลาเวลาการเอาใจใส่ หนูหรือสัตว์เลี้ยงของเรา มีความสำคัญ อยู่เหมือนกันครับผู้เลี้ยงควรที่จะมีเวลาให้เขา เพราะว่า หนูแกสบี้บางชนิด ควรที่จำจับอาบน้ำ อย่างน้อยก็ 1 อาทิตย์ / 1 ครั้ง ซึ่ง เวลาว่างของคุณก็จะหมดไปอีกด้วย พร้อมด้วยการเปลี่ยน ทำความสะอาดกรง อย่างเป็นประจำ ซึ่งถ้าหากคุณไม่ทำแล้ว กลิ่นฉี่ของเจ้าแกสบี้ ก็จะฉุนขึ้นทุกวัน แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะดูแลเจ้าแกสบี้น้อยแล้ว ละก็ แกสบี้ตัวนั้นจะพาความสุข ความน่ารัก และยังมีเรื่องราวต่างๆเป็นความทรงจำดีๆให้กับ ตัวเจ้าของผู้ที่เลี้ยง อย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

HAMSTER


โรคหางเปียก !!!
สาเหตุการเกิดโรคหนูที่เป็นโรคหางเปียก หรือว่า โรคท้องเสีย อาการส่วนใหญ่เกิดมาจาก ทางด้านอาหาร และ ความเคียดครับโดยทั่วไป ถ้า พวกผักต่างๆ ที่เรานำมาให้เจ้าหนูแฮมสเตอร์นี่แล้ว เราควรทำความสะอาดล้างยาออกให้หมดก่อนครับเพระว่า เจ้าผัก นี้เราอย่าคิดนะครับ ว่าจะไม่มียา
ผักเกือบทุกชนิดนั้นมียา คือ ฉีดยาป้องกันพวกแมลง หรือ สารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อตัวเจ้าหนูแฮมสเตอร์ ครับ การเกิดโรคนี้ มีหลายสาเหตุ อยู่นอกจาเรื่องของผักแล้ว ก็ยังมีเรื่องของความครียด ครับ โดยทั่วไป หนูแฮมสเตอร์ ก็สามารถเครียดได้เหมือนกันนะครับโดย อาการเครียด นี้อาจจะมาจากการ ที่เราไปรบกวนเขามาก อากาศร้อน + กับ อนามัยทางด้านอาหารไม่ดี ก็อาจจะทำให้เกิดโรคนี้ได้

"โรคหางเปียก"
อาการก็ จะมีสีเหลืองๆ บริเวณก้น ครับ จะเยอะ และ แฉะกว่าปกติครับ และก็ อาจจะมี เสษ อึ ติดอยู่ตามบริเวณกรง หรือว่าถ้วยอาหาร ครับ ตัวจะดูโทรมๆ ผอม ถ้ามีอาการหนักก็ จะเดินน้อย ครับ
" วิธีรักษา "
วิธีรักษาเจ้าโรค นี้ก็ เพื่อนๆ สามารถ ซื้อยาแก้ท้องเสียเด็ก มาให้กินได้ครับ โดยให้ผสมกับน้ำที่ให้กินผสม แบบเจือจางนะครับ ไม่ต้องผสมเข้ม มากครับ ให้เขาอยู่ที่มีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก ให้อาหาร ที่สะอาดหน่อย ไม่มี รา ขี้น หรือ เสีย งดอาหารพวกผัก
" ถ้าไม่หายทำไง "
ถ้าไม่หายก็ รีบพาไปพบแพทย์ เลยครับ โรคนี้ อาจจะทำให้เจ้าแฮมสเตอร์ ของเพื่อนๆ จากไปได้ ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Hanster

เลือกซื้อ-หนูแฮมสเตอร์
การเลือกซื้อนะครับก่อนจะซื้อยากให้เพื่อนๆพร้อมที่จะดูแลเจ้าตัวเล็กนี้ก่อนเพื่อที่เวลาซื้อมาแล้วจะได้ไม่เป็นภาระ เพราะสิ่งที่คุณจะซื้อนั่นมัน ชีวิต นึงเลยนะค่ะ
เราจะดูหนูแฮมไงว่าแข็งแรงเวลาเลือกซื้อ
ถ้าเป็นผมไปซื้อนะครับ ผมก็จะดูที่แววตาของหนูครับว่าสดใสหรือป่าว สภาพหนูครบถ้วน ไม่มีรอยถูกกัด หรือเลือดออกและก็ต้องดูตรง ก้น ด้วยครับว่า ท้องเสีย หรือเป็นโรคหรือป่าวครับขนล่วงหรือป่าว จะลองจับๆหนูดูว่าจะมี ขนติดมากับมือเราใหม ถ้ามีก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ขนอาจจะล่วงครับ และอีกอย่างก็ต้องดูว่าหนูไม่ผอมงะคับ ดูอีกอย่างนะครับ ก็คือ ขนต้องไม่เหม็นนะครับอายุประมาณ 3 อาทิตย์ หรือ1เดือน คับ
เลือกดีๆนะครับ มีอีกอย่างครับ
หนูที่เราซื้อมาอาจจะเป็นพี่นองกันได้ะครับ ถ้าสีและรวดรายคล้ายๆกันนะครับแพราะผมก็เป็นคนเลี้ยงหนูขายอยู่ เวลาเอาไปขายเขาก็จะจับมารวมกันใช่ไหมครับ แล้วคราวนี้ก็อยูที่คนซื้อแล้วละครับ ว่าจะเลือกตัวใหนถ้าคุณเห็นอีกตัวสวยและอีกตัวก็สวยเหมือนกัน นั่นละคับสองตัวนั้นอาจจะเป็นคลอกเดียวกันก็ได้ครับ คราวนี้ละ พี่กับน้องก็ผสมกัน ส่วนลูกออกมาก็แล้วแต่จะคิดครับการหลีกเลี้ยงนั้นทำได้ยากครับ เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าตัวไหน เป็นพี่น้องกันและเจ้าของร้านก็รับมาอีกทีก็ไม่รู้อีกงะว่าตัวไหนเป็นตัวไหน เรื่องนี้ก็แค่เอามาบอกกันให้รู้เฉยๆนะครับ ไว้ไปหาวิธีกันเองนะครับ
ส่วนที่ว่าเราจะเลือกซื้อกี่ตัว
บางคนเขาก็อาจจะเลี้ยงแค่ตัวเดียว เพราะไม่อยากไห้มันมีลูก แต่บางคนเขาก็เลี้ยงเป็นคู่เพราะ ไม่อยากให้มันเหงา แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมาย มันอยู่ที่ว่าคุณสามารถเลี้ยงมันได้ไหมเท่านั้นละครับซึ้งการเลี้ยงหลายตัวก็ต้องเสียค่าอาหาร เพิ่มขึ้นอีกเและก็กรงอีกด้วย การเลี้ยงด้วยกัน ถ้าเลี้ยงด้วยกันหลายตัวละก็ ผม บอกได้เลยครับว่ามันจะต้องกัดกันแน่ๆครับซึ่งส่วนมาก ควรเลี้ยงมันไว้เป็นคู่นะครับ แต่ถ้าพูดถึงตอนเด็กๆ เราสามารถเลี้ยงมันรวมกันได้ในระยะแรกประมาณ 1-2 เดือน แต่ถ้าจับมาเลี้ยงรวมกันตอนอายุ 2เดือนหรือเดือนกว่าๆก็อาจจะมีปัญหาเหมือนกันครับ มันอาจจะกัดกันได้ครับ ทางที่ดีก็เลี้ยงเป็นคู่เลยจะดีกว่าครับไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าคุณจะเลี้ยงก่อน 1 ตัว ผม ขอแนะนำให้เลี้ยงตัวผู้ครับ เพราะว่าตัวผู้ส่วนมากจะรักเด็กครับ อิอิตอนเราซื้อตัวเมียมาให้มันจะได้ไม่เป็นปัญหา แล้วอีกอย่าง ถ้าตัวเมียตัวมันใหญ่กว่าตัวผู้นะ มันก็จะกัดกัน และก็จะผสมกันยากด้วยครับ

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สำหรับเพื่อนๆ บางคนที่พึ่งหัดเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์
สำหรับเพื่อนๆบางคนที่ซื้อหนูแฮมสเตอร์ มาเลี้ยงแล้ว แต่ก็ ยังไม่รู้ว่าหนู ตัวที่บ้านนั้นเป็น เพศผู้ หรือ เพศเมีย ศึกษากันได้เลยครับ ผมได้เอารูป หนู ทั้งเพศผู้ และ เมีย มาให้ดูกัน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าของรูปต่างๆ จากเพื่อนๆ ประจำเว็บเรานะครับ ที่ผมได้นำ มาจัดทำ

ดูว่าเป็นตัวผู้ ดูยังไง
ก่อนอื่น ผมจะอธิบาย ลักษณะ ของตัวผู้ก่อนนะครับถ้ารดูจากรูปด้านข้าง และ ด้านล่าง ก็อาจจะเห็นได้ชัดครับ โดยรูปทั้ง 2 รูป นี้ บอกตรงๆว่าดูได้ง่ายมากครับ โดยถ้าดู แบบหลักวิชาการนะครับ ก็ จะสังเกตกันตรง รู ครับ โดยตัวผู้นั้น จะมีรูอยู่ 2 รู ห่างกันออกคับและก็ จะสีถุงป่องๆ ห้อยออกมาครับถุงนั้นแหละคับเป็น อันทะ ของเขา ครับ โดยจะป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัดครับ ยิ่งตัวล่าง ยิ่งชัด ครับแต่ ที่จริงเราไม่ต้อง สังเกตที่รูก็ได้ครับ แต่อาจจะดูที่ถุง ครับ เรพาะว่ าถ้าเป็นตัวเมียจะไม่มีถุง ออกมาเลย แม้แต่นิดเดียว คับ ถ้าเป็นเวลาเดินตัวผู้ก็ จะเห็นเหมือนด้านหลังห้อยๆครับ

ข้อดีของการ มี ไข่
ที่เป็นถุง ยื่นออกมานั้น เป็นไข่ของหนูแฮมส ครับกล่าวกันว่า หนูแฮมสเตอร์ ตัวใหน มี ไข่ ที่ใหญ่ก็ จะผสมเก่ง ครับ อันนี้ว่าจะเก่ยวก็เกี่ยวนะครับเพราะว่าถ้าหนูแฮมสเตอร์ ตัวใด ไม่มีใข่เลย แบบติดกันเลยก็ อาจจะผสมยากสักหน่อย แต่ก็ ใช่ว่าจะไม่มี % ที่จะผสมติดเลย ครับ ก็ยังมี % อยู่ครับ ดังนั้นการเลือกซื้อก็ ควรเลือก ตัวที่มีไข่ คับ เพื่อนๆบางคนอาจจะไม่ชอบ ก็เลือก แบบที่ไข่ หลบก็ได้คับ ก็ยังสามารถผสมได้เหมือนกันครับ นอกสะจาก ไข่ที่ไม่มีเลย อันนั้นน่าเป็นห่วง ครับ

ต่อไปมาดูตัวเมียยกันนะครับตัวเมีย มีข้อสังเกต
เพิ่มมาอีกอย่างครับ คือ นมครับ ถ้าเป็น ตัวผู้จะเห็นนมไม่ค่อยชัดครับ แต่ถ้าเป็นตัวเมียนั้นจะเห็นได้ชัดมากกว่า คับ ยิ่งถ้าเป็นเวลาที่ท้อง ก็จะเห็นได้ชัดมากครับ ส่วนตรงที่ผม วงกลมไว้นั้น เป็น รูป ครับ ตัวเมียจะมี รู ที่ติดกันครับ จนอาจจะดูได้ว่าเป็น รูเดียวกันเลยก็ว่าได้ครับ เพื่อนๆลอง เปลี่ยบเทียบดูได้ครับระหว่างรูปด้านบน ที่เป็นตัวผู้และรูป ข้างขวามือผมนี้เป็นตัวเมีย ครับ รูปแบบ อวัยวะเพศของเขา แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง ครับจากในรูปนี้ ผมเอามาคิดว่าน่าจะท้อง นะครับ ก็เลยเห็นชัดกว่าปกติครับ ไงก็ ต้องขอขอบคุณเจ้าของรูปทั้งหมดนี้ด้วยครับ